วันอังคารที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ย้ายบ้านแล้ว

ไม่ได้เขียนมานาน น๊าน นาน ไม่รู้หายไปไหนมาเนาะ

ตอนนี้ย้ายบ้านแล้ว หลังจากอยู่ไปได้ 5 เดือน ก็ย้าย
แต่ไม่ได้ไกลจากเดิมเท่าไหร่ เลยไปอีก 6 ตึกได้
เลยตัดสินใจว่า ต่อจากนี้คงต้องขึ้นรถ BUS ไปทำงานซะแล่ว
แต่ขากลับก็เดินเอา ออกกำลังกายสลายไขมัน










ห้องที่เปิดประตูไว้ทางขวาห้องเราเอง


ห้องใหม่ที่อยู่ทำเลเดิมแต่หันออกทางวิวเมือง ไม่เห็นต้นไม้แล้ว
แต่บางวันลมเข้า เย็นสบาย ห้องนี้แชร์กับเจ้าของห้อง
และมีอีกห้อง เป็นคนมาเลเซีย ผู้หญิงทั้งหมด
เอเจ้นว่า เจ้าของไม่ค่อยอยู่บ้าน แต่จากที่อยู่มาได้ เกือบสองเดือน
ป้าแก อยู่ทุกวัน ทั้งวันทั้งคืน แถมไม่ปิดประตูห้องนอนอีก ป้าาาา















แหมโต๊ะรกไปนิดเนาะ


แต่โดยรวมก็สุขสบาย ห้องใหญ่กว่าเดิม สงบสุข
สะอาด ไม่ต้องล้างห้องน้ำเองด้วย













วิวตอนกลางคืน ก็สวยไปอีกแบบ

วันอาทิตย์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2552

small party!!?

เนื่องจาก พรุ่งนี้จะมีปาร์ตี้เล็กๆ ตามที่เพื่อนร่วมงานคนนึงส่ง email มาให้

Hi everyone..
2009 is just at our door step.
let's celebrate post new year when everyone come back on this coming Monday.
i'll bring variety of my very own salad for everyone on that day.
let's enjoy party!!!!!!!

แย่แล่ว น้องอีกคนก็ไม่อยู่กลับไทย เหลือคนไทยคนเดียว ทำไรดีวะ T-T เก่งซะด้วยทำอาหาร
เฮ้ย เคยทำงานร้านอาหารไทยไม่ใช่เหรอ
บ้าดิ ทำน่ะใช่ แต่ล้างจาน กับหุงข้าวเองเฟ้ย - -"
ทำไรดีๆ ถาม google ดีกว่า พิมพ์ "ไก่ อาหาร ไทย ง่าย"

เลือกเฟ้นจนได้เมนู ไก่อบโค้ก
อ่านดูแล้ว เออ ง่ายดีหว่ะ ส่วนผสมก็

- ปีกไก่ล่างหั่นครึ่ง 1/2กิโล
- แครอท 1 หัว ฝานบาง
- โค๊ก 500 มิลลิลิตร
- น้ำมัน 4ช้อนโต๊ะ
- กระเทียม 3 กลีบ สับ
- ผักลวก ตามชอบ
- น้ำมันหอย 2 ช้อนโต๊ะ
- พริกไทย ตามชอบ
http://tsaj.org/smf/index.php?topic=903.0

โอ้ แค่นี้เองดูน่ากินใช้ได้
เอ้ย แล้วมันอาหารไทยเหรอ?ช่างแ- ่ง

ไปซื้อไก่สองแพค รวม 4.4$
โค้ก 1.5 ลิตร 1.95$
แครอท เหลือจากที่ซื้อไว้ทำมาม่า สองหัวเล็ก
ผักลวก ไม่มี
กระเทียม หยิบเอาแถวในครัว
น้ำมันหอย ก็แถวในครัว

1 ทอดไก่ผลิกไปผลิกมา เหลืองแล้ว ผัดกับกระเทียม กับน้ำมันหอย















2 เทโค้กลงไปพอท่วม















3 รอครึ่งชม. นั่งดูมัน เขี่ยมันไปมา















4 ระหว่างกลางทาง โอย แครอทเละไม๊เนี่ย ตักออก
5 ชิมดิ๊ กินได้ไม๊เนี่ย ชิมน้ำ จืดหว่ะ แอบตักมากินชิ้นนึง โอยจืด เติมน้ำปลา ลงไปสี่จึ๊ก
6 รอ และชิมต่อ หย่อย เหมือนกันเนาะ
7 ครึ่งชม.แล้ว ตักใส่กล่องพลาสติก แล้วแบ่งออกมาห้าอัน ทดลองกิน















8 ผลออกมา หน้าตาดูดี น้ำราดอร่อย ไก่ก็เปื่อยดี กินเปล่าๆอร่อย แต่ทำไมกินกับข้าวแล้วมันจืดไปนิด
ให้สองดาวครึ่งพอ

เสร็จแล้วก็กินไก่ต้มโค้กกับโค้ก ที่เหลือเหอๆ

วันเสาร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2551

สินค้าที่เคยคุ้น แต่เจอที่สิงคโปร์

อยู่ที่นี่เจอสินค้าที่อยู่ๆก็หายไปจากประเทศไทย ไม่รู้จะจำกันได้หรือเปล่า



















1.น้ำอัดลม คิคคาปู้ สีเหลืองๆ อร่อยมากๆ แล้วก็เลิกขายไปซะ อ่อที่นี่น้ำอัดลมขายเป็นกระป๋อง หาซื้อแบบขวดจะยากมาก ไม่เหมือนไทยอีกแล้ว
๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑



















2.น้ำอัดลม Mountain Dew ใครเคยดื่มบ้าง คล้าย คิคคาปู้เลยทีเดียว
๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑













3.นี่ก็หายไปจากไทยเช่นกัน
อันนี้
อยู่ไปก็ไลฟ์บอย ประโยคนี้รู้สึกจะฮิตมาก เมื่อนานมาแล้วไม่รู้เค้ายังพูดกันอยู่หรือเปล่า อิอิ ความหมายน่าจะประมาณว่า อยู่ไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร แล้วทำไมต้องอยู่ไปก็ไลฟ์บอย อันนี้ยังไม่เข้าใจ ใครรู้วานบอก
ปล.สบู่อันนี้มาจากประเทศมาเลเซีย เห็นแล้วจำได้เลยซื้อมาใช้ ก็คล้ายๆตรานกแก้วบ้านเรา
ปล.2 เหมือนย้อนยุคกันเลยเนาะ ไม่ได้เจออะไรที่ไม่ได้เห็นมานานๆ

วันพุธที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2551

ISO2001

ฟังสัมมนา ISO 2001 i connect room บริษัทสถาปนิกใหญ่ๆที่สิงคโปร์ จะมีมาตราฐานสูง ถึงกับต้องยื่นขอ ISO กันเลยทีเดียว ที่ไทยยังไม่ค่อยเป็นที่นิยมเท่าไรนัก แม้ D103 จะบอกตัวเองว่า มีมาตราฐานการเขียนแบบ ที่ดีที่สุดในประเทศ (แต่ของเค้าดีจริงๆ) ก็ยังไม่ได้ขอ ISO เข้าไปฟังแล้วก็ไม่รู้เรื่อง ฟังไม่ค่อยออกไม่รู้พูดจีนหรืออังกฤษกันแน่ ไม่แน่ใจ วันนี้จบแค่นี้จ๊ะ

วันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2551

ปฎิทินวันหยุด ของทางสิงคโปร์
ปี 2009

ใครอยากมาเที่ยวมาช่วงหยุดนะจะได้พาไปเที่ยวได้

วันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2551


Surbana International Consultants Pte.Ltd.














บริษัทที่บางคนว่าเกิด มาจากออกแบบ HDB ให้กับทางรัฐบาลมาก่อน บ้างก็ว่า งานสบาย ฐานเงินเดือนน้อย แต่โบนัสเยอะ เท็จจริงอย่างไรไม่รู้ รู้แต่ว่า งานไม่ได้ถึงกับสบาย แต่ก็ไม่ลำบากนัก บรรยากาศสบายๆ ในออฟฟิศ กันเองไม่เครียด

เวลาเข้างานไม่ fix ไม่มีตอกบัตร ให้กรอก timesheet กันเอง ซึ่งหลายคนมาสายกว่าความเป็นจริงกันเยอะ แต่ก็เลิกช้ากว่าความเป็นจริงเช่นกัน แต่ว่าเรามาตรงเวลา แล้วก็เลิกช้ากว่าปกติ เลิกช้ายังไงก็กลับก่อนคนอื่นอยู่ดี มันแปลกจริงๆ

วิธีการทำงานที่นี่ต่างจากไทยหลายอย่าง เท่าที่สังเกตุเห็นคือ ซีเนียร์ จะทำงานเองด้วยรวมถึงเขียนแบบ ขึ้น3d powerpoint สิงคโปร์แปลกหรือ เมืองไทยแปลก อันนี้ไม่รู้

มาที่นี่ได้เรียนรู้การขึ้น sketch up ทรงแปลกๆ รู้จัก plug in ดีๆ และก็โปรแกรม render artlantis
ดีจริงๆเป็นการโกยความรู้อย่างหนึ่ง แต่คนที่นี่ลงสี photoshop ช้ามากอันนี้จุดแข็งของเราเลย แต่จุดอ้อนอ่อนของเรากลับสำคัญกว่าการลงสี Photoshop นักเอย

วันจันทร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2551

1st day in SURBANA

ไปรายงานตัวมาแว้ว อดน้ำอดอาหารไปด้วยไปถึงก็มีพนักงานใหม่ประมาณ 5-6 คน เป็นตำแหน่งอื่นๆ ไม่รู้อะไร แต่ละคนพูดอังกิดเก่ง มีคนสิงคโปร์ สองฟิลิปปิน เวียนนาม ไรงี้ เค้าก็พาไปห้องดูโปรเจคเตอร์ ว่าบริษัททำไรเป็นไง บริษัทใหญ เสร็จประมาณ สิบโมง ก็มีคนพาไปแต่ละแผนก ไปถึง มีเพื่อนๆ แนะนำตัว มีน้องคนไทย ผู้หญิงคนนึง 28 น้องเราปีเดียว น้องเค้าพูดอังกิดเก่ง แล้วเราก็ไปตรวจสุขภาพ ยังไม่ได้เริ่มงาน เดินไปคลีนิกแถวนั้น
-------------------------
ที่คลีนิก





















เป็นห้องเล็กๆ แต่คนเยอะมาก ลักษณะต่างจากบ้านเรา มีแค่ส่วนต้อนรับ และก็ห้องหมอ และก็ห้องน้ำ มีคนแค่สองคนในนั้น
นอกนั้นคนไข้ เราเข้าไปยื่นเอกสาร เค้าทำงานไวมากๆ มัวอืดอาดไม่ได้เลย(โดนด่า)

พอถึงคิว เค้าก็ให้เข้าไป ถามโน่นนี่นั่น เอาเอกสารให้กรอก ไรวะไม่รู้เรื่องเลย yes no ok มั่วเลยอะ คร่าวๆ เคยผ่าตัดไม๊ ตอบไปว่า ไม่ (นึกได้ที่หลังว่า เคยนี่หว่า แต่ถ้าตอบว่าเคย คงจะไม่รู้ว่าตอบว่าไรอีก ว่าผ่าตัดไร แม่งเอ้ย ยากง่ะ

แล้วหมอก็ควักเข็มดูดเลือดขี้นมา ให้เราถกแขนเสื้อ ข้างขวา และก็ซ้าย หมอผู้หญิง แก่ๆ บอกนี่แขนไม่มีเส้นเลือด แล้วก็บ่นๆ ชี้แขนตัวเอง see see เห็นไม๊ของเค้ามี แล้วก็เอาไรไม่รู้รัดแขนให้กำๆ โอ้ว จะเป็นลม จิ้มจึ๊ก ตอนเอาออกให้ เราเอานิ้วกดไว้ด้วย เค้าจะถอนเข็ม แง รู้สึกถึง เข็มที่อยู่ในเส้นเลือด จะเป็นลมอีกรอบ

แล้วก็ให้ใบไป x ray ต้องไปออชาท
เราก็ต่อรถเมล์ไป ไม่ใช่ รพ.นะ แต่เป็นที่ x ray โดยเฉพาะ เช่าเหมือน ออฟฟิศ เล็กๆ
ไปถึง เค้าพัก กลางวัน 1.00-2.00 ตอนนั้นมัน บ่ายครึ่ง
รออีก .....

เข้าไป ใหม่
แล้วก็ xray แล้วไล่เรากลับ เราบอกไม่ จะรอเอา รายงานการ x ray เลย
เค้าก็ให้รอ
ประมาณ เกือบชม.
รอ....

เสร็จได้กระดาษมาแผ่น ทีนี้ต้องเดินทางไปคลีนิกนั้นอีก อ่า คราวนี้คนโล่งแฮะ
เดินเข้าไปเอาผล ไปให้ เข้าไปคุยกะหมอ หมอบอกเอกสารขาดอะ
ติดต่อใครได้บ้าง hr คือใคร หมอก็ว่า ทำไมพูดภาษาอังกิดไม่ได้
เซอบาน่าต้องพูดได้ดิ เราบอกเราพอพูดได้ แต่ไม่เก่ง (แกก็พูดซะเร็ว กรูเพิ่งมานะเฟ้ย)
เค้าโทรไปหา hr แต่เรารู้ว่าไม่อยู่ เค้าให้เราเดินไปบริษัทเพื่อขอเอกสารเพิ่ม
เราก็เดินไป ตอนนั้น บ่ายสี่ครึ่ง คนที่รู้เรื่องเอกสารคือ ซินดี้คนเดียว
เค้าไม่อยู่อีก บอกรอพรุ่งนี้แล้วกัน เราเลยโทรไปหาหมอ บอกพรุ่งนี้ได้ไม๊
ไม่มีใครหาให้ได้เลยอะ
เค้าบอกได้

เราโทรหา น้องที่เซอบาน่า อีก บอกว่า เอกสารขาดหว่ะ ทำไง
น้องเค้าก็บอก ต้องรอซินดี้ อือ เราเลยบอก งั้นเจอกันพรุ่งนี้นะ กลับดีกว่า ตอนนั้น สี่โมงครึ่ง อิอิ
เหนื่อย เดินมาถึงห้อง เหงื่อไหลย้อย ปวดเท้า เล่นเน็ต ลองเปิด ไฟล์ EP ที่ลืมเอามา
ปรากดว่า ไอ้เอกสารที่ขาด ก็ไอ้นี้หล่ะ เลยฝากอัจปริ้น - -"
จบแล้ว เหนื่อยมากวันนี้
เรารู้สึกว่า ภาษาอังกฤษเราแย่มาก ไม่เพียงพอจะทำงานได้เลยอะ
แต่ก็ลองดู อย่างน้อยก็น่าจะ 6 เดือน กว่าเค้าจะรู้

ขอบคุณที่อ่านแล้วไม่ขำ
ปล.ไว้จะหารูปคลีนิกที่ไปมาประกอบ
ปล.2 ได้รูปประกอบแล้ว